เมื่อเจ้ามือแปลงร่าง…ร่ายมนต์อำพรางตัว มาในรูปแบบของบัญชีนอมินีผ่านโบรกเกอร์

สิ่งที่ทำให้โจรใส่สูทน่ากลัวมากขึ้นไม่ใช่เพราะความฉอฉ้ลของคนเป็นโจรเอง แต่เป็น…กฎหมายเปิดช่องเหมือนสมยอมรูู้เห็นและช่วยอำนวยความสะดวกให้ต่างหาก เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไม…หุ้นเน่าๆ บางตัวถึงมี NVDR เข้ามาถือเยอะ ฝรั่งทำไมไม่เล่น SET50 ฝรั่งโง่เลยเลือกหุ้นไม่เป็น มาเลือกหุ้นเน่า ? เปล่าเลย …. แต่นี่คือ การเปิดช่องให้โจรใส่สูทมีช่องทางอำพรางปิดบังตัวตน ไม่ต้องเปิดเผยให้โลกรับรู้ว่า ตัวเองเข้ามาเก็บหุ้น ถือครองหุ้นอยู่ หรือแม้แต่กำลังจะโยกย้ายถ่ายโอนหุ้นไปที่ไหนต่อ  แต่เรื่อง NVDR นี่กลายเป็นเรื่องบ้านๆ พื้นๆ ไปล่ะ ณ เวลานี้ เพราะตอนนี้เทรนด์ใหม่ของการแอบแฝงอำพรางตัวของรายใหญ่ได้พัฒนาไปอีกขั้น กลายเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ “บัญชีนอมินีผ่านโบรกเกอร์” ที่พัฒนาไปอีกขั้นที่ทำให้การพรางตัวของเจ้ามือเป็นไปอย่างสะดวกโยธินมากยิ่งขึ้น อะไรคือ “บัญชีนอมินีผ่านโบรกเกอร์” ได้เวลาที่ต้องตามไปดูกันล่ะ การที่ตลาดหลักทรัพย์ยินยอมให้บุคคลสามารถตั้งกองทุนส่วนบุคคลเข้าถือครองหุ้น ภายใต้นิยามทางบัญชีว่า “กองทุน __ชื่อบริษัทหลักทรัพย์__ เพื่อลูกค้า” (โดยไม่เปิดเผยชื่อลูกค้า ตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินยอมให้ทำได้ เนื่องจากตลาดฯ ให้เหตุผลว่า เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้า แต่..เงื่อนไขนี้มันเปิดช่องให้โจรใส่สูทเอาไปหาประโยชน์ แอบแฝงหลบซ่อนตัวและก่อการในเชิงการสร้างราคาได้ ถามว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ทราบเรื่องนี้ไหม รู้วิธีฉอฉ้ลด้วยเกมในรูปแบบนี้ไหมคะ ?   เชื่อว่า รู้ แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายและควบคุมป้องปรามการกระทำผิดก็ยังปล่อยให้ทำ !!! โดยให้เหตุผลว่าบางครั้งเพื่อความลับทางธุรกิจ ฟังเผินๆ…Read more »

สังฆกรรมมาฆบูชา

  3-4 วันนี้นักสืบ BDRM อย่างเพลีย เพราะ มหกรรมสังฆกรรมมาฆบูชา รอบนี้มันอลวนพัลวันอลหม่านเสียจริงๆ ไม่เพียงตัวละครเยอะ ยังมีเรื่องราวเบื้องลึกความหลังเมื่อครั้งก่อนเป็นชนวนแห่งการนัดสังฆกรรมในครั้งนี้ กราฟมาดี งบเริ่มฟื้น เจ้ามือย่อมต้องพร้อมจะก่อการ ล่าสุดแจ้งตลาดขอเปลี่ยนสถานที่นัดสังฆกรรมมาฆบูชาในครั้งนี้ที่ อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์  แทน ด้วยเหตุผลที่เจ้าภาพหลักถนัดและสะดวกในเวทีแห่งนี้ในการทำศึกมาหลายคราก็เท่านั้นเอง เรื่องราวครานี้สับสนเพียงไหนไปติดตามได้จาก หนังสือเชิญร่วมงานสังฆกรรมมาฆบูชา ฉบับนี้ กัน

ทฤษฎีวันมาฆบูชา กับ Nominee ผู้สาบสูญ

กาลครั้งหนึ่งยังไม่นานเท่าไหร่กราฟหุ้นตัวหนึ่งได้นำพาผึ้งไปพบกับร่องรอยกลุ่มก๊วนเจ้ามือหุ้นรายใหญ่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เคมีหรือ DNA อะไรในตัวที่ผลักดันหัวใจให้สมองสั่งการลงไปว่าต้องตามหาให้เจอว่าใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มก๊วนแก๊งนี้ ใครคือเจ้ามือตัวจริงและใครเป็นนอมินีให้บ้าง และใครบ้างที่อยู่ในเครือข่ายเจ้ามือก๊วนนี้ ร่องรอยที่พบเห็นมันไม่ยากที่จะเดาได้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกเดียวกัน แต่สิ่งที่ยากคืออะไรจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาเป็นนอมินีให้กับเจ้ามือต่างหาก เพราะหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า เราไม่ได้ทึกทักไปเอง ซึ่งกลายเป็นที่มาของการถอดรหัส CNC Code ไปเมื่อปีก่อน ขบวนการปั่นหุ้นมีความโฉ่งฉ่างเฉพาะการขึ้น–ลงของราคาในกระดานเท่านั้นที่เปิดเผยจริงจัง แต่นั่นไม่ใช่กับร่องรอยความสัมพันธ์ของเครือข่ายเจ้า เพราะทุกคนที่เป็นนอมินีเข้ามากระทำการแทนเจ้ามือตัวจริงล้วนลงมือในลักษณะที่แอบแฝงอำพรางไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ให้เป็นปรากฎชัด การที่นอมินีมีลักษณะเป็น Informal Nominee นี่เองที่ทำให้การแกะรอยเจ้าเป็นภารกิจที่ยากลำบาก การเริ่มต้นของการแกะรอยเจ้ามือจึงต้องเริ่มต้นที่การตั้งข้อสันนิษฐานถึงความเป็นไปได้ในเชิงความสัมพันธ์ของบุคคลต้องสงสัยบนทฤษฎีความบังเอิญในตลาดหุ้นเป็นเรื่องไม่จริง หรือจะให้ตั้งชื่อให้สั้นๆจำง่ายๆก็อาจใช้คำว่า“ทฤษฎีวันมาฆบูชาในตลาดหุ้น” น่าจะพอได้ ทฤษฎีวันมาฆบูชาในตลาดหุ้น เป็นเจตนาที่ต้องการล้อเลียนความบังเอิญของการแห่มาชุมนุมถือหุ้นอย่างพร้อมเพียงกันโดยมิได้มีการนัดหมายในช่วงเวลาก่อนหน้าเพียงแวบเดียวก่อนที่หุ้นตัวนั้นจะถูกปั่นราคาทะยานขึ้นไปแบบที่เม่าทั้งตลาดต้องตาค้าง ผลตอบแทนที่โดดเด่นหลักร้อยเปอร์เซนต์ต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กลุ่มคนผู้เป็นเครือข่ายเจ้ามือมารวมตัวกันถือหุ้นตัวนี้โดยไม่ได้นัดหมายกับเม่าคนอื่น หากแต่…นัดหมายกันมาล่วงหน้าเฉพาะกับกลุ่มก๊วนของพวกเดียวกันเอง !!! ตัวละครที่เข้ามาแสดงบทบาทในวันมาฆบูชาอาจไม่ได้มีแค่ “บุคคลธรรมดา” แต่ในบางเครือข่ายเจ้ามือที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านอาจมีการยกระดับตัวละครให้ “นิติบุคคลในรูปของบริษัทจำกัด”  ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งดาราแสดงนำก็ได้เช่นกัน ซึ่งเหตุผลที่ต้องวุ่นวายจัดตั้งเป็นบริษัทมาออกหน้าถือหุ้นนั่น หากจะให้เดาก็คงหนีไม่พ้นเพื่อใช้เป็นหลักประกันสัญญาใจร่วมกัน โดยให้หัวหอกที่เข้าร่วมมหกรรมกระชากราคาลงขันเป็นเงินกองกลางไว้เป็นประกัน เพื่อป้องกันการหักหลังกันเองที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดที่ในบางครั้งก็เกินกว่าที่เจ้ามือเองจะควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน มาตรการวางหลักประกันไว้ร่วมกันจึงเป็นเสมือนสัญญาใจที่ป้องกันไม่ให้เกิดการบิดพริ้วชิงหนีออกจากเกมก่อนเวลาหรือก่อนบรรลุเป้าหมายที่ได้ตกลงไว้ก่อนหน้า เราได้รู้จักดารานำที่สวมบทบาท Informal Nominee ในรูปแบบของบริษัทจำกัดที่แจ้งเกิดโด่งดังไปกับวีรกรรมหุ้นหลายเด้งไม่ว่าจะเป็น TSF  EFORL  ACAP  AEC  TLUXE  STAR  และอื่นๆอีกมากมายอย่าง P-SAT Corporation ไปแล้วจากมีทติ้ง ถอดรหัส CNC Code กันไปแล้วที่คว้ารางวัลดารานำไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งโดยปกติแล้วดาราที่ฝีไม้ลายมือดีผลงานเป็นที่ประจักษ์มักอยู่ในวงการยาวนาน แต่ไฉนเพียงแค่คว้ารางวัลดารานำไปเพียงไม่ถึงปี Informal Nominee รายนี้ถึงได้หันหลังให้กับวงการตลาดหุ้นแบบสิ้นเชิงไร้เยื่อใยได้ขนาดนี้ เมื่อรายชื่อปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นปี 2018 ล่าสุดไม่ปรากฎชื่อของ Informal Nominee รายนี้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่บริษัทเดียว โอ้วววว ม่ายยยยยย คิดถึงมากมายจะจากกันไปไม่ลาแบบนี้จริงๆ หรือนี่  พอหายวับแบบนินจาเข้าจริงๆ ก็คงหมดสิ้นกลิ่นให้ดอมดม ให้โหยหาอาวรณ์ ให้รู้สึกพลันหวนคิดถึงประโยคอาลัยรักใน นิยายอตีตาของทมยันดี ขึ้นมาซะงั้น ประโยคที่พระเอกรำพันถึงสาวน้อยผู้เป็นยอดดวงใจ “เจ้าจันกะพ้อเอย กลิ่นลอยล่องลมเมื่อวันวาน แสนสุดหอมหวาน เมื่อไหร่จะบานอีกเอย” อารมณ์ตอนเช็คปิดสมุดบัญชีปี 2018 ครบทุกบริษัทแล้ว ครั้นไม่เห็นแม้เพียงเงาของ P-SAT มันอารมณ์นี้เลยจริงๆ กลิ่นที่เคยคุ้นดั่งต้องมนต์ จะลาลับเร้นหายไม่ทิ้งกลิ่นไว้อีกแล้วจริงฤา P-SAT เจ้าดอกจันกะพ้อของผึ้งเอย ทว่า…กลิ่นเป็นสัมผัสที่แปลก แม้จับต้องไม่ได้ หากแต่เมื่อ “ยังอยู่“ กลิ่นย่อมไม่อาจกลบซ่อน จากห้วงเวลาของการปิดสมุดประจำปีผ่านมาได้ราว 2 เดือน กลิ่นดอกจันกะพ้อก็ลอยตามลมโชยเข้าโสตประสาทอีกครา ในที่สุดเมื่อตัวตนยังคงอยู่ แม้เร้นกายหายลับสลับร่าง แต่กลิ่นดอกจันกะพ้ออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ P-SAT ก็นำพาให้สองเราได้พบเจอกันอีกครั้ง แม้เจ้าดอกจันกะพ้อดอกนี้หาประสงค์จะพบเจอเราไม่ก็ตาม กลับมาครานี้จาก “บริษัทจำกัดแปลงร่างอัพเลเวทขึ้นเป็นกองทุน Prop…Read more »